เส้นใยธรรมชาติ : เทคโนโลยีสะอาด : เครื่องมือและเทคโนโลยี : ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน : หลักสูตรการเรียนรู้ : การย้อมสีธรรมชาติ
 
 

เทคโนโลยีสะอาด

 
 

เมื่อเราพูดกันถึงเทคโนโลยีสะอาด (Clean technology) หลายคนคงไม่รู้ถึงความหมายที่แท้จริงว่าคืออะไร เทคโนโลยีสะอาดคือ เครื่องมือที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตทุกภาคธุรกิจ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม โดยใช้วัตถุดิบในการผลิตให้น้อยลง และมีปริมาณของเสียที่เกิดจากการผลิตให้น้อยที่สุด แต่ยังคงปริมาณและคุณภาพของผลผลิตไว้เหมือนเดิม ซึ่งเทคโนโลยีสะอาดเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดมลพิษ ลดของเสียที่แหล่งกำเนิด และประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิต รวมถึงช่วยลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการผลิตได้เป็นอย่างดี

สำหรับ แนวคิดของเทคโนโลยีสะอาดนั้น เกิดขึ้นจากความต้องการลดผลกระทบจากกระบวนการผลิต ที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติและมนุษย์ โดยการใช้วิธีการใดๆ ที่จะสามารถทำให้ผลกระทบที่เกิดจากของเสียที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการผลิต ต่างๆ ลดลง เมื่อเทียบกับวิธีการแบบเดิม

เทคโนโลยีสะอาดจึงนับว่าเป็นการป้องกันมลพิษ (Pollution Prevention: P2) ที่ใช้หลักการลดของเสียให้น้อยที่สุด (Waste Minimization) จึงเป็นการป้องกันของเสียที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตที่แหล่งกำเนิด แทนการควบคุม บำบัด และกำจัดของเสียแบบเดิมซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ดังนั้น การลดมลพิษที่แหล่งกำเนิดจึงเป็นทั้งการรักษาสิ่งแวดล้อมและการลดค่าใช้จ่าย ในการผลิตไปพร้อมๆ กันยกตัวอย่างเช่น การใช้วัตถุดิบที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงทดแทนวัตถุดิบที่ใช้อยู่เดิม การออกแบบขั้นตอนการผลิตใหม่ การนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) หรือการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เพื่อลดปริมาณของเสียและมลพิษที่จะถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการผลิตนั้น

ดังนั้นเทคโนโลยีสะอาดจึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างการพัฒนาที่ ยั่งยืน (Sustainable Development) ทำให้สามารถรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ เพื่อเพิ่มผลผลิตคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ประหยัดพลังงาน และขีดความสามารถในการแข่งขันได้อีกด้วย

โครงการ ส่งเสริมการผลิตสิ่งทอขนาดเล็กที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพื้นที่ภาคเหนือ เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้สนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์วิชาการและเทคโนโลยีสิ่งทอพื้นบ้าน (ฝ้ายแกมไหม) ดำเนินการเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสิ่งทอขนาดเล็กสามารถนำแนวคิดของเทคโนโลยีสะอาด มาใช้ปฏิบัติเพื่อปรับปรุงการผลิตให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และนำไปสู่การรับรองการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้จะยึดตามหลักการ 1A 3R และเสริมในส่วนของการบำบัดที่ปลายทาง 1T กล่าวคือ หลีกเลี่ยง (Avoid) ลดการใช้ที่ไม่จำเป็น (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) บำบัดและทิ้งทำลาย (Treat and dispose) รวมถึงควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ (Quality Control & Consistency) ซึ่งการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพตามต้องการในครั้งแรกถือเป็นส่วนหนึ่งในการลด ของเสียที่ต้นทางเช่นกัน
สิ่งที่เกณฑ์การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งคือ การจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์มากสำหรับผู้ผลิต เพราะหากไม่มีข้อมูล ผู้ผลิตจะไม่สามารถจัดการการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ หรือวัดผลความสำเร็จได้ นอกจากนี้การจัดการข้อมูลที่ดียังใช้เป็นสัญญาณของปัญหาหรือเหตุขัดข้องที่ อาจจะเกิดขึ้น การตรวจสอบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ทราบถึงปัญหาได้อย่างรวดเร็วและ แก้ไขได้ทันท่วงที

การจัดการข้อมูลจะเกิดประโยชน์คุ้มค่าก็ต่อเมื่อมีการนำข้อมูลเหล่านั้นมา ใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตบางรายอาจละเลยในจุดนี้ บางครั้งการใช้ข้อมูลมีเพียงเพื่อตรวจสอบค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ประโยชน์ที่แท้จริงคือการแปรข้อมูลเหล่านี้เป็นการปรับปรุงพัฒนาที่เกิดจากการใช้ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

หลังจากที่ผู้ผลิตได้นำข้อเสนอแนะต่างๆ ไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และมีความต้องการขอรับรองการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถศึกษาข้อกำหนดของเกณฑ์การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเภทการผลิตสิ่งทอขนาดเล็ก ขั้นตอนการขอรับรอง และสมัครขอรับการรับรองได้ที่สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมแต่ละจังหวัด

กระบวนการผลิตสิ่งทอขนาดเล็กที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุด คือ กระบวนการเตรียมเส้นด้ายและการย้อมสี (Wet process) แนวทางการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงเน้นในส่วนของกระบวนการนี้เป็นสำคัญ

การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดคือ การป้องกันตั้งแต่ต้นทางหรือตั้งแต่สาเหตุของของเสีย ซึ่งประกอบด้วย การจัดการที่ดี (Good House Keeping) การจดบันทึกชนิด ปริมาณ การใช้วัตถุดิบต่างๆ (Inventory Control) การหยุดใช้สารที่เป็นอันตราย (Hazardous compounds substitution) และการควบคุมกระบวนการ (Process Optimization) ถัดมาจึงเป็นการใช้ซ้ำหรือนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse/Recycle) ท้ายที่สุดจึงนำไปสู่การบำบัดและทำลาย

หาก ผู้ผลิตไม่ได้คำนึงถึงการป้องกันที่ต้นทางมาก่อน แต่พิจารณาเพียงการบำบัดและทำลาย นอกจากจะไม่เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์แล้ว บ่อยครั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้ลดลงจากเดิมแต่อย่างใด

ผู้ผลิตจึงควรให้ความสำคัญกับข้อแนะนำแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ ตามลำดับ คือ

1A (AVOID-หลีกเลี่ยง)
3R (REDUCE-ลดการใช้ที่ไม่จำเป็น REUSE-ใช้ซ้ำ RECYCLE-นำกลับไปใช้ใหม่)
และสุดท้าย 1T (TREAT & DISPOSE-บำบัดและทิ้งทำลาย)


สำหรับข้อแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ (Quality Control & Consistency) เป็นข้อแนะนำที่ผู้ผลิตสิ่งทอขนาดเล็กควรนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการผลิตของตนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้ผลิตจะสามารถยกระดับการผลิตให้สูงขึ้นได้มากเพียงใด ดังแสดงในรูปที่ 3.1

รูปที่ 3.1 การควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะรองรับ 1A และ 3R