Copyright  2005  Coprinus Culture Project. All Rights Reserved.
การเพาะเห็ดโคนน้อย
เห็ดโคนน้อยหรือเห็ดถั่วนับได้ว่าเป็นเห็ดที่เพาะง่ายและให้ผลผลิตที่สูงมีวิธีการเพาะเลี้ยงคล้ายกับการเพาะ
เห็ดฟางโดยใช้ ฟางข้าว นำมาเป็นวัสดุเพาะ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะใช้วัสดุเพาะอื่น ๆนำมา เพาะได้อีกมากไม่ว่าจะเป็นต้นและใบของถั่วต่าง ๆ ต้นข้าวโพด  ผักตบชวา ต้นและใบของกล้วย ซึ่งล้วนแต่ เป็นวัสดุเพาะที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ซึ่งสามารถที่จะนำมาเป็นวัสดุเพาะได้ทั้งสิ้น 
 
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ด
1. วัสดุใช้ในการเพาะเห็ดโคนน้อย (เห็ดถั่ว) เช่น ฟางข้าว ต้นข้าวโพด เปลือกมันสำปะหลัง ผักตบชวา ต้นหรือใบกล้วยแห้ง ฯลฯ เป็นต้น
2. ทำไม้แบบ หรือกระบะเพาะ ขนาดที่มีความกว้าง 30 ยาว 50 สูง 30 เซนติเมตร ซึ่งอาจจะทำด้วยไม้หรือเหล็กก็ได้
3. เชื้อเห็ดโคนน้อย จะต้องเป็นเชื้อที่บริสุทธิ์ แข็งแรง และเป็นสายพันธุ์ที่คัดเลือกมาแล้ว
4.จะต้องมีอาหารเสริมใส่ให้กับเห็ดโคนน้อยเพื่อเป็นอาหารในการเจริญเติบโตโดยอาหารเสริมจะใช้ปุ๋ยยูเรียในอัตราการใช้ 0.5 กิโลกรัม ต่อน้ำ 70 ลิตร
5. อุปกรณ์การต้มน้ำ ได้แก่ ถังน้ำมัน 200 ลิตร หรือหม้อต้ม และเชื้อเพลิง
6. เชือกสำหรับมัดฟางข้าว
7. พลาสติกสำหรับคลุมกองวัสดุเพาะเพื่อปรับอุณหภูมิที่ต้องการ และเป็นการบ่มกองวัสดุเพาะ
 
ขั้นตอนและวิธีการเพาะเห็ดโคนน้อยแบบกอง
   เริ่มจากการอัดวัสดุเพาะในกระบะหรือแบบพิมพ์ที่จัดทำขึ้นเสร็จแล้วอัดฟางให้แน่นแล้วนำเชือกมามัดฟาง
ให้เป็นก้อน หรือจะกะน้ำหนักให้ได้ประมาณ 3-4 กิโลกรัม ต่อมัด จนหมดกองฟางที่เตรียมไว้ หลังจากนั้น ต้มน้ำแล้วละลายอาหารเสริมในน้ำที่เดือด ที่อุณหภูมิประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส หรือพอน้ำเดือด จึงนำวัสดุเพาะฟางข้าวที่มัดเป็นก้อนจุ่มลงไป ในน้ำทิ้งเอาไว้นาน 5-10 นาที เพื่อให้อาหารเสริมได้ซึม เข้าไปในวัสดุเพาะ และยังเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดโรคและแมลง และวัชพืชเห็ดต่าง ๆ จากนั้นนำขึ้นจากน้ำ แล้วปล่อยทิ้งให้เย็น ก่อนใส่เชื้อเห็ด ถ้าใส่เชื้อเห็ดในขณะที่วัสดุเพาะที่ยังร้อนอยู่จะทำให้เชื้อเห็ดตาย  โดยจะหยอดเชื้อเห็ดเป็นจุด ๆ รอบ ๆ กองวัสดุเพาะ แต่ละจุดห่างกัน 10-15 เซนติเมตร และต้องลึกลงไปในวัสดุเพาะ 1 นิ้ว ใช้มือหรือไม้ทำเป็นรูใส่เชื้อเห็ดก็ได้ หลังจากนั้นให้นำพลาสติกมาคลุมที่กอง ควรใช้พลาสติกสีดำหรือสีฟ้า พลาสติกจะเป็นตัวที่จะดึงดูดแสงและควบคุมอุณหภูมิได้ดี หลังจากที่คลุมกองวัสดุเพาะให้มิดชิดแล้ว ก็ให้คลุมด้านบนอีกชั้นด้วยกระสอบป่านหรือฟางข้าวก็ได้เพื่อให้เกิดความร้อนภายในกองวัสดุเพาะ เนื่องจากเชื้อเห็ดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 35-45 องศาเซลเซียส ระยะนี้
ไม่จำเป็นจะต้องนำอากาศหรือเอาอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไปในกองเห็ด เส้นใยเห็ดโคนน้อยจะเจริญเติบโตได้รวดเร็ว โดยปกติ 4-5 วัน เมื่อเส้นใยเห็ดจะเจริญได้ทั่วทั้งวัสดุเพาะแล้ว จะทำการกระตุ้นให้เส้นใยเห็ดโคนน้อย (เห็ดถั่ว) นั้นเกิดดอก เมื่อเส้นใยเห็ดเดินเต็มวัสดุเพาะ จะต้องกระตุ้นให้สร้างดอก โดยอันดับแรก ต้องยกวัสดุคลุมกองให้สูงขึ้นกว่าหลังกอง เนื่องจากเวลาเกิดดอกแล้วจะติดอยู่กับพลาสติกที่คลุมอยู่และเป็นการสะดวกในการเก็บผลผลิต การทำที่คลุมต้องทำเป็นลักษณะคล้ายฝาชีครอบลงไปเพื่อสะดวกต่อการเปิดปิดง่าย จะใช้วัสดุที่ทำจากไม้ไผ่ หรือกรงเหล็กครอบกองก็ได้ ให้มีความสูง 20-30 เซนติเมตร จากนั้นต้องคลุมด้วยพลาสติกเพื่อป้องกันการระเหย
แต่ต้องทำรูเพื่อจะได้เป็นการระบายอากาศในบางครั้ง ส่วนด้านบนและด้านหลัง ควรคุมด้วยฟางแห้งให้มิดชิด 
การเพาะเห็ดโคนน้อยแบบโรงเรือน
      มีขั้นตอนการเตรียมวัสดุเพาะคล้ายกัน หลังจากที่หยอดเชื้อเห็ดในก้อนวัสดุเพาะแล้วจึงนำไปเก็บไว้ใน
โรงเรือน ถ้าเพาะอยู่ในโรงเรือนที่มีการควบคุมอุณหภูมิไม่ต้องคลุมด้วยพลาสติกที่กองวัสดุเพาะ
อุณหภูมิที่อยู่ภายในโรงเรือนนั้นควรอยู่ระหว่าง 30 -35 องศาเซลเซียสในสภาพที่มีความชื้น ดังนั้น
ควรรดน้ำบนพื้นหรือวัสดุคลุมกองหากภายในกองแห้งเกินไป จะสามารถเก็บผลผลิตนำมาบริโภคได้ภายใน 5-7 วัน  นับจากที่เริ่มเพาะเห็ด
สำหรับการดูแลรักษาโดยทั่ว ๆ ไป หลังการเพาะจะต้องดูแลเรื่องศัตรูพืช เช่น มด ไรต่าง ๆ  การเก็บผลผลิตจะเริ่มเก็บช่วงบ่ายถึงเย็น การเก็บจะทำได้ดังนี้คือใช้มีดสอดไปที่ฐานของดอกเห็ดพร้อมทั้งบิดไปมา ซ้ายขวา ดอกเห็ดโคนน้อย มีขนาดเล็กจะหลุดได้ง่าย จึงต้องระมัดระวัง เมื่อเก็บดอกเห็ดแล้วควรนำไปใส่ภาชนะที่สะอาด เช่น ตะกร้าหรือกะละมัง และไม่ควรใส่มากเกินไปจะทำให้ดอกเห็ดทับกันจะทำให้ซ้ำได้ง่าย  ดอกเห็ดจะบานและเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว ภายในเวลา 3-5 ชั่วโมง การยืดเวลาไม่ให้ดอกเห็ดเกิดความเสียหายได้ง่าย จึงควรเก็บไว้ในที่เย็น ที่อุณหภูมิ ประมาณ 8-10 องศาเซลเซียส หรือเก็บในลักษณะสุญญากาศ จะเป็นการยืดระยะการเก็บรักษาได้นานขึ้น
 
การเพาะเห็ดโคนน้อย