หน้าแรก I โฆษณา I ถึง บก. I จดหมายร้องทุกข์ I ดวงวันนี้ I วันอาทิตย์ I เดลินิวส์.

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2545 .

ติดต่อโฆษณา

..ข่าวสิ่งแวดล้อม


ภูมิปัญญาไทญ้อด้านสิ่งทอ
เสน่ห์แห่งผ้าเส้นใยธรรมชาติ


ระบบการผลิตในสังคมอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสารเคมีตกค้าง น้ำเสีย ควันพิษ จาก ปัญหานี้ทำให้ผู้คนหันมาสนใจอุปโภคและบริโภค ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น การรับประทานข้าวกล้อง การรับประทานผัก-ผลไม้พื้นบ้าน การใช้ยาจากพืชสมุนไพร รวมถึงความนิยมผ้าฝ้าย ผ้าไหม ที่ย้อมสีธรรมชาติ

สังคมในยุคนี้กระแสอนุรักษŒกำลังไปได้ดีอยู่ในขณะนี้ แถมยังเปินผลพลอยได้ให้สังคม ในชนบทอยู่ดีกินดีขึ้นตามลำดับ ไม่น่าเชื่อว่าโครงการ 1 ตำบล1 ผลิตภัณฑ์ จะมีเรื่องที่น่ายินดีว่าสินค้าที่ผลิตมาจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ได้รับความนิยมและตอบรับจากผู้คนอย่างล้นหลาม ไม่เฉพาะในเมืองไทย แต่เลยเถิดไปถึงต่างประเทศ

จะเห็นได้ชัดจากการจัดงานมหกรรม 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านมามียอดจำหน่าย ถึง 110,782,000 บาท ซึ่งพบว่าสินค้าที่มียอดจำหน่ายมากและเป็นที่นิยมคือผลิตภัณฑ์ผ้าและสิ่งทอ รองลงมาผลิตภัณฑ์อาหารและศิลปะประดิษฐ์

โดยเฉพาะผ้าพื้นเมืองประเทศที่มีความต้องการสูงเช่น ญี่ปุ่นและยุโรป จนมีปริมาณสินค้าผลิตไม่เพียงพอ ต้องหาทางลดระยะเวลาและผ่อนแรงคนด้วยการดัดแปลงอุปกรณ์และเครื่องมือให้เหมาะสม เพื่อการผลิตที่มีความสม่ำเสมอแน่นอน

พื้นที่เขตภาคอีสานของประเทศไทย นับเปินแหล่งสั่งสมภูมิปัญญาด้านการถักทอ ทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหม รวมถึงแหล่งทำสีครามธรรมชาติที่สำคัญ แต่ปัจจุบันเกือบสูญสิ้นไปหมดเนื่องจากหนุ่มสาวชาวชนบทได้ย้ายฐานไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เหลือแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่นับวันก็จะเลือนหายไป

รศ.ดร. อนุรัตน์ สายทอง อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันราชภัฏสกลนคร นักวิจัยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เล็งเห็นปัญหาตรงนี้ จึงได้เข้าไปศึกษา "การพัฒนาชุดความรู้ของภูมิปัญญาชาวไทญ้อด้านสิ่งทอ" ในโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชนบทและการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้น...

ทั้งนี้เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งทอของชุมชนไทญ้อ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ไม่ว่าจะเปินวิธีการ กระบวนการ การผลิตและวัตถุดิบที่จะนำไปใช้ อาทิ การปั่นฝ้าย การออก แบบลวดลาย การมัดหมี่และการพัฒนาเทคนิคการย้อมสีคราม จัดทำเป็นชุดความรู้เผยแพร่แก่เยาวชนรุ่นหลัง

"การทำผ้ามัดหมี่ มีประมาณเมื่อ 4,000 ปี บรรพชนเผ่าไทในยุคหินใหม่ได้คิดค้น เทคนิคการมัดย้อมแบบมัดหมี่ขึ้นเรียกว่ามัดก่าน ซึ่งยังคงเรียกชื่อนี้สืบมาจนถึงปัจจุบันในหมู่ชาวไทลื้อ (ก่านในภาษาท้องถิ่น แปลว่า ลายขวาง เช่น ซิ่นก่าน หมายถึง ผ้าถุงที่มีลายขวางรอบตัว ซึ่งเป็นผ้าถุงของเด็กผู้หญิง หมาก่าน เป็นชื่อเรียกสุนัขที่มีลายรอบตัวหรือรอบหาง" ดร.อนุรัตน์ เกริ่นให้ฟ’งของที่มาของผ‰ามัดหมี่ และว่าเมื่อประมาณ 2,500 ปี ประชาชนจากแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อพยพไปอาศัยอยู่ตามเกาะต่าง ๆ ได้นำเอาวิธีมัดก่านไปเผยแพร่และเรียกว่า Mangikat ต่อมาเสียงกร่อนเป็น lkat ซึ่งเป็นกรรมวิธีมัดหมี่ของอินโดนีเซีย

การทำผ้ามัดหมี่นับว่ามีวิธีการที่ซับซ้อน เริ่มจากนำด้ายหรือไหมไปใส่สลักไม้เรียกว่าโฮ่งมัดหมี่ เอาเชือกหรือปอมาผูกทำเป็นลวดลายแล้วนำไปย้อม ล้างให้สะอาด แก้ปอที่มัดออก เกิดเป็นลายตามที่ผูกไว้ ตากให้แห้ง จึงเอาด้ายมากรอใส่หลอด ใช้เป็นเส้นพุ่งซึ่งการทำผ้ามัดหมี่มี 3 แบบ ได้แก่ มัดหมี่เส้นพุ่ง มัดหมี่เส้นยืน และมัดทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน

ปัจจุบันลายเก่า ๆ ของผ้ามัดหมี่ที่ทำได้ยากเลือนหายไปเกือบหมดแล้ว เช่น ลายนาคเกี้ยว ลายดอกบัว ลายไก่ชน และลายนกยูง ในประเทศไทยมีการมัดหมี่เฉพาะฝ้ายเส้นพุ่งเท่านั้น ส่วนเส้นยืนใช้เส้นฝ้ายสีพื้น ขณะที่ชาวญี่ปุ่นทำการมัดผืนผ้าสีพื้นตามลายที่กำหนดแล้วย้อม เมื่อล้างให้สะอาดและแก้มัดจะเกิดลวดลายต่าง ๆ เช่น ปลา กระต่าย ดอกไม้ และผีเสื้อ ฯลฯ ชาวญี่ปุ่นเรียกผ้ามัดย้อมว่า ชิบูริ ( shiburi )

ผ้าทอที่มีคุณภาพและมีเสน่ห์สวยสะดุดตาคือการเพิ่มสีสันด้วยการย้อม ที่ทำให้ผู้ใช้มีความพอใจ ภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของการใช้ผ้าย้อมคราม มีมานานเท่ากับการทอผ้า ในสมัยโบราณสีครามได้ฉายาว่าเป็นราชาแห่งสีย้อม "the king of dyes" มีการใช้ผ้าย้อมครามในราชสำนักต่าง ๆ

ในศตวรรษที่ 16 อินเดียได้ส่งสีครามธรรม ชาติเป็นสินค้าออกไปยังยุโรป นอกจากนี้มีร่องรอยการทำสีครามธรรมชาติ และพบต้นครามกระจายอยู่ทั่วไปในเขตร้อนของเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา ดังนั้นสีครามและผ้าย้อมครามจึงเคยเป็นที่รู้จักของคนเกือบครึ่งโลก แต่ถูกเทคโนโลยีและสีสังเคราะห์เข้าแทนที่ ทำให้การทำสีครามและผ้าย้อมครามลดลงอย่างรวดเร็วจนความรู้ด้านนี้เกือบสูญหายไป

ขั้นตอนทอผ้าหรือการย้อมสีคราม หรือวิธีการทำผ้ามัดหมี่ ถูกถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง บางเทคนิควิธีการหล่นหายไปตามวันเวลา

โครงการวิจัยข้างต้น ได้ศึกษาหาเทคนิค วิธีการทำผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ "จัดการพัฒนาชุดความรู้ของภูมิปัญญาไทญ้อด้านสิ่งทอ" ทำหนังสือชุดรวบรวมความรู้ทั้งด้านการเตรียมเส้นฝ้าย, การมัดหมี่, การค้นหูกและทอผ้า, การย้อมสีคราม ซึ่งถ้า หากกลุ่มแม่บ้าน หรือบุคคลท่านใดสนใจ ติดต่อข้อมูลได้ที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. โทร. 564-7000 ต่อ 1581, 1582, 1583

เผื่อว่าจะเป็นองค์ความรู้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สินค้าไทยมีคุณภาพมาตรฐานเดียวกัน



 
ย้อนกลับ ย้อนขึ้น
Copyright 2001 Dailynews Thailand Design by Mweb (Thailand) Co.,Ltd.