Regional Information Service Center for South East Asia on Appropriate Technology

images\pixfill.gif (43 Byte)RISE-AT

images\pixfill.gif (43 Byte)Regional Information Service Centre for Southeast Asia on Appropriate Technology
images/pixfill.gif (43 Byte)
Home
pixtrans.gif (43 Byte)images/pixfill.gif (43 Byte)
 
News
Letter
 
images/pixfill.gif (43 Byte)จากโต๊ะบรรณาธิการ
images/pixfill.gif (43 Byte)โครงการคัดแยกขยะ : 
ก้าวใหม่เพื่อเชียงใหม่เมืองสะอาด

images/pixfill.gif (43 Byte)โครงการขยะแห้งแลกไข่ :
เทศบาลนครยะลา

การทำปุ๋ยหมักจากเปลือกกล้วย
images/pixfill.gif (43 Byte)ภาพกิจกรรม
images/pixfill.gif (43 Byte) ผู้มีอาชีพผ้าทอพื้นเมือง
images/pixfill.gif (43 Byte)การเกษตรยั่งยืน
images/pixfill.gif (43 Byte) เว็บไซด์ที่มีประโยชน์
 
images/pixfill.gif (43 Byte)CMU Home

Last updated


.
ทำปุ๋ยหมักจากเปลือกกล้วย


ของเสียหรือขยะ (Waste) เป็นวัสดุที่ไม่ใช้หรือใช้ไม่ได้ ที่ในแต่ละปีถูกทิ้งขว้างในเขตชุมชน อุตสาหกรรม เกษตรกรรมและกิจกรรมการบริการอื่นๆ ในแต่ละปีของเสียหรือขยะจากภาคเกษตรมีจำนวนมาก และบางอย่างสามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพได้หรือบางอย่างสามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพได้ หรือบางอย่างอาจทำเป็นปุ๋ยได้ ซึ่งสิ่งต่อไปนี้จะเป็นการนำเสนอแก๊สชีวภาพจากเปลือกกล้วยและการทำปุ๋ยหมัก
โครงการบางกระทุ่มเคยดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่จะเปลี่ยนเปลือกกล้วยที่ทิ้งแล้วให้เป็นพลังงาน โดยศูนย์วิจัยและฝึกอบรมพลังงานแสงอาทิตย์ (SERT) และ ณ ที่อำเภอบางกระทุ่มก็เป็นการตอบสนองความต้องการพลังงานของชาวชนบทและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาดอีกด้วย
มีหน่วยงานที่สาธิตการผลิตก๊าซชีวภาพนี้ที่ใช้เปลือกกล้วยที่ทิ้งให้เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานในรูปของก๊าซ นอกจากนี้ยังได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพและใช้เป็นอาหารปลาได้อีกด้วย
SERT เห็นว่าเป็นตัวอย่างที่มีประสิทธิผลในการป้องกันสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีง่ายๆ และใช้ส่วนประกอบทั้งหมดของโครงการให้ได้ประสิทธิผล
อาจารย์วิจิตร จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่าอำเภอบางกระทุ่มได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองกล้วยตากหวาน" เนื่องจากมีการผลิตกล้วยตากขายทั่วประเทศ และคาดว่าผลิตได้ประมาณ 2,500,000 กก. ต่อปี คิดเป็นรายได้ประมาณปีละ 50 ล้านจากการผลิตกล้วยตากสุกมีประมาณ 10,200,000 กก. โดยมีเปลือกเหลือทิ้งประมาณ 7,700,000 กก.
ปริมาณเปลือกที่เหลือทิ้งดังกล่าวทำให้สภาพแวดล้อมเสีย น้ำเสีย สิ่งกลิ่นเหม็นและในฤดูแล้งเมื่อจุดไฟเผาทำให้เกิดควันไฟด้วย นอกจากนี้ก็มีโครงการวิจัยการผลิตก๊าซชีวภาพจากเปลือกกล้วยเป็นผลพลอยได้อีกด้วย เพราะว่าจังหวัดพิษณุโลกมีการผลิตกล้วยตากเป็นปริมาณมาก ซึ่งกระจายทั่วไปในจังหวัด นอกจากนี้ก็มีโครงการการผลิตก๊าซชีวภาพจากเปลือกกล้วยเป็นผลพลอยได้อีกด้วย เพราะว่าจังหวัดพิษณุโลกมีการผลิตกล้วยตากเป็นปริมาณมาก ซึ่งกระจายทั่วไปในจังหวัด โดยเฉพาะในเขตอำเภอบางกระทุ่ม ซึ่งผลิตมากถึง 1,350 ครอบครัว ปริมาณ 9,000 ตันต่อปี (ข้อมูลปี 2538) และมีเปลือกกล้วยเหลือทิ้งประมาณ 2,500 ตันต่อปี
เปลือกกล้วยที่เหลือได้มีการทิ้งในบริเวณกับแหล่งผลิตเขตบ้าน ชุมชน ข้างถนน คูคลอง ทำให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อจุลินทรีย์ ส่งกลิ่นเหม็นในช่วงหน้าฝน
จุดนี้เองเป็นแหล่งผลิตก๊าซมีเธน ซึ่งก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกและก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ดังนั้นมหาวิทยาลัยนเรศวรโดย SERT ได้จัดทำโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากเปลือกกล้วยและผลพลอยได้ ทั้งนี้ก็ได้การสนับสนุนการเงินจาก GTZ
ดังนั้นสำนักงานเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม ชาวบ้าน ราษฎร และส่วนราชการต่างๆ เช่น สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดพิษณุโลก SERT GTZ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน สาขาพิษณุโลก สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก โดยร่วมกับกลุ่มส่งเสริมปุ๋ยหมักบ้านคลองกระล่อน ได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้พร้อมใจกันจัดทำปุ๋ยหมักเปลือกกล้วย และดินผสมที่มีชื่อว่า "ดินสองแคว"
ส่วนผสมปุ๋ยหมัก
1. เปลือกกล้วย 1,000 กก.
2. มูลสัตว์หรือตะกอนอ้อย 200 กก.
3. ปุ๋ยยูเรีย 2 กก.
4. สารเร่ง 200 กรัม
วิธีทำ
แบ่งเปลือกกล้วยและมูลสัตว์ยูเรียและสารเร่งออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน นำเปลือกกล้วยส่วนที่ 1 เกลี่ยเป็นแปลงขนาด 3x5 เมตร แล้วใช้มูลสัตว์โรยทับให้ทั่ว เอาน้ำราดให้เปียกยูเรีย นำสารเร่งละลายน้ำราดให้ทั่วแล้วเอาเปลือกกล้วยส่วนที่ 2 วางทับ ดำเนินการเหมือนเช่นเดิมจนครบ 3 ชั้น ใช้เศษฟางคลุมไว้ 10 วัน กลับกองปุ๋ยหมัก 1 ครั้ง ปุ๋ยหมักจะใช้ได้เมื่อหมักไปแล้ว 45 วัน
ธาตุอาหารที่มีในปุ๋ยหมักมี 
N = 1.81
P = 0.89
K = 5.89 หรือเป็นสูตรปุ๋ยจะได้ N-P-K ประมาณ 2-1-6

การนำปุ๋ยผสมใช้ในไร่นา
ก็คือนำปุ๋ยเดี่ยวหรือปุ๋ยผสมที่มีสูตรของ N-P-K สูงๆ มาผสมกัน ปุ๋ยหมักเปลือกกล้วยที่ได้ทำการบดล่อนให้มีขนาดเท่ากับเมล็ดปุ๋ย แล้วนำ มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันกับปุ๋ยเคมี แล้วนำไปใช้ในไร่นาต่อไป
ณ หมู่ที่ 2 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม เมื่อเร็วๆ นี้ คณะเรามี Mr.Kossmann คุณเธียรเอก อ.วิจิตร และคุณพิษณุุ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่อ.บางกระทุ่ม ดังกล่าวพบว่ามีการนำกล้วยตาก กล้วยอบ เป็นสินค้าเกษตร ที่เป็นสิ่งแวดล้อมไม่ดีนั้นเป็นเพราะว่าเปลือกกล้วยเน่า แต่ขณะนี้เปลือกกล้วยเป็นเงินเป็นทอง เกษตรกรไม่ยอมทิ้งกัน แต่กลับนำเอาไปทำประโยชน์คือ ทำปุ๋ยหมักขาย
เกษตรกรอ.บางกระทุ่ม ได้ให้เกษตรกรรวมกลุ่มเอาเปลือกกล้วยที่ทิ้งแล้วมาทำปุ๋ยหมักขึ้นเป็นกลุ่มย่อยๆ 9 กลุ่มในหมู่บ้าน แยกย้ายกันออกไปทำในแต่ละกลุ่ม โดยให้มีการบริหารงานร่วมกันตั้งแต่การผลิตจนกระทั่งถึงการขายสู่ตลาด

สำหรับต้นทุน
ในการผลิตปุ๋ยหมัก กลุ่มจะซื้อเปลือกกล้วย 1,000 กก. เป็นเงิน 100 บาท ตะกอนอ้อย 200 กก. เป็นเงิน 20 บาท สารไบโอนิค 1 ชุด 100 บาท ปุ๋ยเคมี(ยูเรีย) 2 กก. เป็นเงิน 20 บาท รวมต้นทุนที่ผลิตปุ๋ยหมัก 1,202 กก. เป็นเงิน 240 บาท
ส่วนการขายนั้นชาวบ้านไม่ได้ขายปุ๋ยหมักสดๆ เลย เขาเอามาแปรรูปอีก โดยการผสมเป็นการทำดินผสมเรียกว่า "ดินสองแคว" สำหรับการปลูกพืช คือนำปุ๋ยหมัก ดิน มาบดให้เป็นก้อนเล็กๆ แล้วนำตะกอนอ้อยเก่า แกลบดำ แกลบขาว มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าส่วนผสมแห้งให้รดน้ำพอหมาดๆ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันจนทุกส่วนผสมกันดีแล้ว จึงนำไปใช้กับไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผักต่างๆ ได้ หรือบรรจุขนาดน้ำหนัก 4-5 กก. และขนาด 13-15 กก. เพื่อจำหน่ายต่อไป
สำหรับตลาดรับซื้อปุ๋ยหมัก หรือดินสองแคว มีกระจายขายอยู่ทั่วไปในจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง และกรุงเทพฯ ยังถือว่าตลาดนี้ยังกว้างขวางและก็ไม่จำกัด
การทำปุ๋ยหมักนี้ หักลบกลบหนี้กันระหว่างต้นทุนการผลิตกับราคาขายกันแล้วจะมีราคาสูงกว่ามาก หากว่าเอาไปทำได้แล้วขายได้ รับรองไม่จน 
หากว่ามีผู้สนใจก็สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม โทร.(055) 391074 ได้ทุกวันในเวลาราชการ
พิษณุ เทพทอง